ระบบจัดการขยะและขยะเปียก
แยกที่ต้นทาง ระบบหมักในพื้นที่จำกัด และการแก้ปัญหากลิ่นกับแมลง
ศูนย์เรียนรู้ที่ได้ผลไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนที่มาเยี่ยมชม แต่วัดกันที่จำนวนคนที่กลับไปแล้วทำต่อได้จริงที่บ้านหรือที่แปลงของตัวเอง
ความแตกต่างสำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้ คนที่จำสูตรไปจะทำได้เฉพาะเงื่อนไขเดิม พอวัสดุไม่เหมือน อากาศไม่เหมือน หรือขนาดต่างไป ก็ทำไม่ได้ ส่วนคนที่เข้าใจว่าทำไม จะปรับเองได้
เช่น แทนที่จะบอกว่า “ใส่ใบไม้แห้ง 3 เข่ง ต่อเศษอาหาร 1 เข่ง” ควรอธิบายว่ากองหมักต้องการคาร์บอนมากกว่าไนโตรเจน แล้วยกตัวอย่างว่าอะไรนับเป็นอะไร — คนเรียนจะใช้วัสดุที่มีอยู่จริงในพื้นที่ของตัวเองได้ทันที
มีจุดล้างมือและสบู่ใกล้ทุกกิจกรรมที่สัมผัสดิน ปุ๋ย หรือสัตว์ · กั้นบริเวณเตาและอุปกรณ์ที่ร้อน และให้มีผู้ดูแลประจำจุดตลอดเวลาที่ใช้งาน · ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษบริเวณบ่อน้ำ เครื่องจักร และเตา · เตรียมชุดปฐมพยาบาลและรู้เส้นทางไปสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด · แจ้งผู้ที่แพ้ผึ้งหรือแมลงให้ทราบล่วงหน้าหากมีกิจกรรมกลางแจ้ง
ตัวเลขจำนวนผู้เข้าร่วมบอกได้แค่ว่ามีคนมา ตัวชี้วัดที่มีความหมายกว่าคือ
การติดตามผลง่าย ๆ ผ่านกลุ่มแชทหรือโทรถามหลังหนึ่งเดือน มักได้ข้อมูลที่มีค่ากว่าแบบประเมินท้ายกิจกรรม
สอนหลักคิดให้คนปรับใช้เองได้ · เริ่มจากปัญหาของผู้เรียน · ให้เห็นของจริงและได้ลงมือทำ · บอกล่วงหน้าว่าจะเจออะไรบ้าง · และวัดผลที่ “ยังทำอยู่ไหมหลังหกเดือน” ไม่ใช่แค่จำนวนคนที่มา
แยกที่ต้นทาง ระบบหมักในพื้นที่จำกัด และการแก้ปัญหากลิ่นกับแมลง
สี่ปัจจัยของการหมักที่ได้ผล และวิธีฟื้นดินที่เสื่อมสภาพ